คะแนนสะสมและยอดซื้อลูกค้า
บทนี้อธิบายว่า Senfos คิดคะแนนสะสมและยอดซื้อของลูกค้าอย่างไร ตั้งแต่ลูกค้าซื้อสินค้าจนนำคะแนนไปใช้ เมื่อเข้าใจกติกาชุดนี้แล้ว คุณจะตั้งกฎคะแนนได้ตรงกับแผนการตลาดของร้าน และตอบลูกค้าได้ทันทีเมื่อมีคำถามว่าทำไมบิลนี้ได้คะแนนเท่านี้ หรือทำไมคะแนนลดลง
ขั้นตอนการตั้งประเภทสมาชิก กฎคะแนน และของรางวัลในหลังร้าน อยู่ในเล่มคู่มือหลังร้าน บทที่ 4 สมาชิก คะแนน และโปรโมชัน บทนี้อธิบายเฉพาะกติกาที่ระบบใช้คำนวณ
3.1 ภาพรวมเส้นทางของคะแนน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3.1 ภาพรวมเส้นทางของคะแนน”คะแนนของลูกค้าหนึ่งคนมีเส้นทางดังนี้

- ลูกค้าที่เป็นสมาชิกซื้อสินค้า ระบบคิดคะแนนจากยอดสุทธิของบิลตาม กฎคะแนนสะสม ที่ร้านตั้งไว้
- คะแนนถูกบันทึกเข้าบัญชีของลูกค้าทันทีที่ปิดบิล
- ลูกค้านำคะแนนมาใช้ได้ 2 ทาง คือ แลกเป็นส่วนลด ในบิลที่กำลังซื้อ หรือ แลกของรางวัล
- เมื่อลูกค้ารับคืนสินค้า หรือร้านยกเลิกบิล คะแนนที่เกี่ยวข้องจะถูกปรับคืนให้ถูกต้องโดยอัตโนมัติ
3.2 ลูกค้าที่ได้คะแนน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3.2 ลูกค้าที่ได้คะแนน”ลูกค้าจะได้คะแนนจากบิลหนึ่งใบเมื่อครบทั้ง 3 เงื่อนไขต่อไปนี้
| เงื่อนไข | รายละเอียด |
|---|---|
| เป็นสมาชิกที่บัตรยังไม่หมดอายุ | ลูกค้าต้องมีประเภทสมาชิก และวันหมดอายุต้องไม่ก่อนวันนี้ หากไม่ได้กำหนดวันหมดอายุไว้ ถือว่าบัตรใช้ได้ตลอด หมายเลขสมาชิกไม่เกี่ยวกับเงื่อนไขนี้ ลูกค้าที่มีประเภทสมาชิกแต่ไม่มีหมายเลขก็ได้คะแนนเช่นกัน |
| ประเภทสมาชิกเปิดการสะสมคะแนน | ร้านกำหนดได้เป็นรายประเภทสมาชิกว่าประเภทใดสะสมคะแนนได้ |
| มีกฎคะแนนที่ใช้ได้ในขณะนั้น | ต้องมีกฎคะแนนสะสมที่ตรงกับวันที่ เวลา วันในสัปดาห์ สาขา และประเภทสมาชิกของลูกค้า |
ข้อที่ควรทราบคือ ระบบไม่มีอัตราคะแนนตั้งต้นให้ หากร้านยังไม่ได้สร้างกฎคะแนนสะสม หรือกฎที่มีอยู่ไม่ตรงเงื่อนไขในขณะนั้น ลูกค้าจะได้ 0 คะแนน ทั้งที่เป็นสมาชิกที่สะสมคะแนนได้ก็ตาม
3.3 กฎคะแนนสะสม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3.3 กฎคะแนนสะสม”กฎคะแนนสะสมกำหนดอัตราการให้คะแนนได้ 2 แบบ
| แบบ | วิธีคิด | ตัวอย่างการตั้ง |
|---|---|---|
| ตามจำนวนเงิน | ทุกยอดซื้อครบจำนวนบาทที่กำหนด ได้คะแนนตามที่กำหนด | ทุก 25 บาท ได้ 1 คะแนน |
| ตามเปอร์เซ็นต์ | คะแนนเท่ากับยอดซื้อคูณเปอร์เซ็นต์ที่กำหนด | 1 เปอร์เซ็นต์ของยอดซื้อ |
ทั้งสองแบบคิดจาก ยอดสุทธิของบิล ซึ่งเป็นยอดหลังหักส่วนลดทุกชนิดและรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว แต่ไม่รวมการปัดเศษ ตามที่อธิบายไว้ในบทที่ 1 และ ปัดเศษคะแนนลงเสมอ ไม่มีคะแนนที่เป็นทศนิยม
กฎคะแนนแต่ละข้อกำหนดเงื่อนไขการใช้งานได้เหมือนโปรโมชัน คือ ช่วงวันที่ ช่วงเวลา วันในสัปดาห์ สาขาที่ใช้งาน และประเภทสมาชิกที่ได้สิทธิ์ หากมีกฎหลายข้อที่ตรงเงื่อนไขพร้อมกัน ระบบจะใช้กฎที่สร้างล่าสุดเพียงข้อเดียว กฎไม่ได้บวกกัน
ระบบเลือกกฎตอนที่พนักงานเลือกลูกค้าเข้าบิล ดังนั้นหากร้านแก้กฎคะแนนระหว่างที่มีบิลเปิดค้างอยู่ บิลนั้นจะยังใช้กฎเดิมจนกว่าจะเลือกลูกค้าใหม่
3.4 ตัวคูณคะแนน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3.4 ตัวคูณคะแนน”กฎคะแนนแต่ละข้อเพิ่มตัวคูณได้ เพื่อให้คะแนนพิเศษในโอกาสที่ร้านต้องการ ตัวคูณมี 2 เงื่อนไข
| เงื่อนไข | ได้ตัวคูณเมื่อใด | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| เดือนเกิด | เดือนของวันที่ขายตรงกับเดือนเกิดของลูกค้า | เดือนเกิดได้คะแนน 2 เท่า |
| ยอดบิลถึงเกณฑ์ | ยอดสุทธิของบิลเท่ากับหรือมากกว่ายอดที่กำหนด | บิลตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปได้ 1.5 เท่า |
หากบิลหนึ่งเข้าเงื่อนไขตัวคูณหลายข้อพร้อมกัน ระบบจะใช้ตัวคูณที่สูงที่สุดเพียงตัวเดียว ไม่นำตัวคูณมาคูณต่อกัน เช่น ลูกค้าซื้อในเดือนเกิดและยอดบิลถึง 1,000 บาท จะได้ 2 เท่า ไม่ใช่ 3 เท่า
ลูกค้าที่ไม่ได้บันทึกวันเกิดไว้ในข้อมูลลูกค้าจะไม่ได้ตัวคูณเดือนเกิด
3.5 เพดานคะแนนสะสม
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3.5 เพดานคะแนนสะสม”กฎคะแนนกำหนด เพดานคะแนนสะสม ได้ เมื่อคะแนนคงเหลือของลูกค้าบวกกับคะแนนที่จะได้จากบิลนี้เกินเพดาน ระบบจะให้คะแนนเพียงเท่าที่ทำให้ยอดคงเหลือเต็มเพดานพอดี และเมื่อยอดคงเหลือเต็มเพดานแล้ว บิลถัดไปจะได้ 0 คะแนนจนกว่าลูกค้าจะนำคะแนนออกไปใช้
หากตั้งเพดานไว้เป็น 0 หมายถึงไม่จำกัดเพดาน
3.6 ตัวอย่างคำนวณจริง
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3.6 ตัวอย่างคำนวณจริง”ตัวอย่างนี้ใช้กฎคะแนน “ทุก 25 บาท ได้ 1 คะแนน” มีตัวคูณเดือนเกิด 2 เท่า และตัวคูณยอดบิลตั้งแต่ 1,000 บาท 1.5 เท่า ไม่จำกัดเพดาน
| กรณี | ยอดสุทธิ | คะแนนพื้นฐาน | ตัวคูณที่ใช้ | คะแนนที่ได้ |
|---|---|---|---|---|
| บิลทั่วไป | 480.00 | 480 ÷ 25 = 19.2 ปัดลงเป็น 19 | ไม่มี | 19 |
| บิลถึงเกณฑ์ยอด | 1,280.00 | 1,280 ÷ 25 = 51.2 ปัดลงเป็น 51 | 1.5 | 76.5 |
| บิลถึงเกณฑ์ยอดในเดือนเกิด | 1,280.00 | 51 | 2 (สูงสุดของ 1.5 และ 2) | 102 |
จากตารางจะเห็นว่าระบบปัดลงเฉพาะคะแนนพื้นฐาน ส่วนคะแนนหลังคูณตัวคูณอาจมีทศนิยมได้ตามตัวคูณที่ร้านตั้ง หากร้านไม่ต้องการคะแนนที่มีทศนิยม ขอแนะนำให้ตั้งตัวคูณเป็นจำนวนเต็ม
กรณีตั้งเพดานไว้ สมมติร้านตั้งเพดานคะแนนสะสม 5,000 คะแนน ลูกค้ามีคะแนนคงเหลือ 4,980 คะแนน แล้วซื้อบิลทั่วไปที่ควรได้ 51 คะแนน ระบบจะให้เพียง 20 คะแนน เพื่อให้ยอดคงเหลือเป็น 5,000 คะแนนพอดี
กรณีกฎแบบเปอร์เซ็นต์ หากตั้งกฎเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ บิลยอดสุทธิ 1,280.00 บาทจะได้คะแนนพื้นฐาน 12.8 ปัดลงเป็น 12 คะแนน
3.7 บิลแบบใดนับคะแนน และบิลแบบใดไม่นับ
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3.7 บิลแบบใดนับคะแนน และบิลแบบใดไม่นับ”| ชนิดบิล | ยอดซื้อสะสม | คะแนน |
|---|---|---|
| บิลขายปกติ | บวกยอดสุทธิ | บวกคะแนนที่ได้ หักคะแนนที่ใช้ในบิล |
| บิลรับคืน | หักยอดสุทธิของบิลรับคืน | หักคะแนนที่บิลเดิมได้ ตามสัดส่วนยอดที่คืน |
| บิลแลกของรางวัล | ไม่เปลี่ยน เนื่องจากยอดเป็นศูนย์ | หักคะแนนที่ใช้แลก |
| บิลรับมัดจำ | ไม่นับ | ไม่นับ |
| บิลพัก | ไม่นับ | ไม่นับ |
| บิลที่ถูกยกเลิก | ไม่นับ | ไม่นับ |
บิลรับมัดจำไม่ได้คะแนน เนื่องจากยังไม่ถือเป็นการซื้อจริง ลูกค้าจะได้คะแนนจากบิลขายที่มารับสินค้าและนำมัดจำมาตัดในภายหลัง ซึ่งตรงกับหลักในบทที่ 1 ว่ามัดจำเป็นการชำระเงิน ไม่ใช่ยอดขาย
บิลรับคืนหักคะแนนตามสัดส่วนของบิลเดิม ระบบไม่ได้คิดคะแนนใหม่จากกฎคะแนนในวันที่รับคืน แต่ย้อนไปดูว่าบิลขายเดิมได้คะแนนไปเท่าไร แล้วหักคืนตามสัดส่วนของยอดที่คืน ดังนี้
- คะแนนที่หักสะสม = คะแนนที่บิลเดิมได้ × (ยอดคืนสะสม ÷ ยอดสุทธิของบิลเดิม) โดยปัดเศษลง
- คะแนนที่หักในการคืนครั้งนี้ = คะแนนที่หักสะสมเมื่อรวมการคืนครั้งนี้ − คะแนนที่หักสะสมของการคืนครั้งก่อน ๆ ของบิลเดียวกัน (คำนวณจากยอดคืนสะสมด้วยสูตรในข้อแรก)
- เมื่อคืนครบทั้งบิล ระบบจะหักให้เท่ากับคะแนนที่บิลเดิมได้พอดี และไม่ว่าจะคืนกี่ครั้ง คะแนนที่หักรวมกันจะไม่เกินคะแนนที่บิลเดิมได้
- หากบิลเดิมไม่ได้คะแนน (เช่น ลูกค้าไม่ใช่สมาชิก หรือประเภทสมาชิกไม่ได้เปิดสะสมคะแนน) ระบบจะไม่หักคะแนน
- คะแนนที่ลูกค้าเคยนำไปใช้เป็นส่วนลดในบิลเดิม จะไม่ถูกคืนให้
ตัวอย่าง บิลขายเดิมยอดสุทธิ 1,000 บาท ได้ 40 คะแนน ลูกค้าทยอยคืน 3 ครั้ง
| ครั้งที่ | ยอดคืนครั้งนี้ | ยอดคืนสะสม | คะแนนที่หักสะสม | คะแนนที่หักครั้งนี้ |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 250 | 250 | 40 × 250 ÷ 1,000 = 10 | 10 |
| 2 | 250 | 500 | 40 × 500 ÷ 1,000 = 20 | 20 − 10 = 10 |
| 3 | 500 | 1,000 (คืนครบ) | 40 | 40 − 20 = 20 |
รวมหักทั้งสิ้น 10 + 10 + 20 = 40 คะแนน เท่ากับคะแนนที่บิลเดิมได้พอดี
ส่วนกรณีที่หารไม่ลงตัว เช่น บิลเดิม 1,000 บาท ได้ 7 คะแนน คืนครั้งแรก 300 บาท ระบบหัก 7 × 300 ÷ 1,000 = 2.1 ปัดลงเป็น 2 คะแนน และเมื่อคืนส่วนที่เหลือ 700 บาทจนครบ ระบบหักอีก 7 − 2 = 5 คะแนน รวมเป็น 7 คะแนนพอดี
บิลรับคืนจะผูกกับสมาชิกคนเดียวกับบิลเดิมเสมอ จึงหักคะแนนจากบัญชีของลูกค้าที่ได้คะแนนไปจริง
การยกเลิกบิลคืนค่าทั้งสองทาง เมื่อยกเลิกบิลขายที่ปิดไปแล้ว ทั้งคะแนนที่ได้และคะแนนที่ใช้ในบิลนั้นจะถูกถอยกลับทั้งหมด ลูกค้าจึงได้คะแนนที่ใช้ไปคืน และคะแนนที่ได้จากบิลนั้นก็หายไปด้วย
3.8 ยอดซื้อสะสมรายวัน
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3.8 ยอดซื้อสะสมรายวัน”นอกจากคะแนนแล้ว ระบบยังเก็บ ยอดซื้อสะสม ของลูกค้าทุกคนที่ถูกเลือกเข้าบิล ไม่จำกัดเฉพาะสมาชิก ยอดนี้ใช้ในรายงานลูกค้าและการวิเคราะห์ยอดซื้อ
ยอดซื้อและคะแนนถูกเก็บเป็นยอดรวม รายวัน ต่อลูกค้า ต่อสาขา ทุกครั้งที่ปิดบิลหรือยกเลิกบิล ระบบจะคำนวณยอดของวันนั้นใหม่ทั้งหมดจากบิลจริง แทนการบวกหรือลบทีละบิล วิธีนี้ทำให้ยอดตรงกับบิลเสมอ แม้จะมีการยกเลิกบิลย้อนหลังภายในวันเดียวกัน หากวันใดไม่เหลือบิลที่นับได้เลย เช่น ยกเลิกบิลเดียวของวันนั้น แถวของวันนั้นจะถูกลบออกไป
คะแนนคงเหลือของลูกค้าคือผลรวมของทุกวันและทุกสาขา ลูกค้าจึงสะสมคะแนนที่สาขาหนึ่ง แล้วนำไปใช้ที่อีกสาขาหนึ่งได้
3.9 ใช้คะแนนแลกเป็นส่วนลด
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3.9 ใช้คะแนนแลกเป็นส่วนลด”ในหน้าชำระเงินที่ POS พนักงานกดปุ่ม ใช้คะแนน เพื่อเปิดรายการส่วนลดที่แลกได้ รายการนี้มาจากหน้า คะแนนแลกส่วนลด ในเมนูสมาชิกของหลังร้าน แต่ละรายการระบุส่วนลดและคะแนนที่ต้องใช้ต่อครั้ง
| ชนิดส่วนลด | ตัวอย่าง | ใช้ได้กี่ครั้งในบิลเดียว |
|---|---|---|
| บาท | ลด 50 บาท ใช้ 100 คะแนน | หลายครั้ง เช่น ใช้ 2 ครั้ง ลด 100 บาท ใช้ 200 คะแนน |
| เปอร์เซ็นต์ | ลด 10 เปอร์เซ็นต์ ใช้ 500 คะแนน | ครั้งเดียวต่อบิล แม้เปิดหน้าต่างใช้คะแนนหลายครั้ง และเลือกได้เพียงรายการเดียว |
เงื่อนไขการใช้คะแนนเป็นส่วนลดมีดังนี้
- ใช้ได้เฉพาะ บิลขายปกติ บิลรับคืนและบิลที่ตัดมัดจำไม่สามารถใช้คะแนนได้
- ลูกค้าต้องเป็น สมาชิกที่บัตรยังไม่หมดอายุ
- คะแนนที่ใช้ได้ในบิลนี้ คือ คะแนนคงเหลือ หักด้วยคะแนนที่ใช้ไปแล้วในบิลเดียวกัน หน้าต่างจะไม่ให้ยืนยันเมื่อเลือกเกินกว่าที่มี
ส่วนลดจากการใช้คะแนนเป็น ส่วนลดท้ายบิล แยกบรรทัดละ 1 ครั้งที่แลก จึงคิดจากฐานส่วนลดท้ายบิลตามกติกาในบทที่ 1 หัวข้อ 1.9 หากพนักงานลบบรรทัดนั้นออกก่อนปิดบิล คะแนนจะถูกคืนให้ลูกค้าทันที
ข้อควรทราบคือ คะแนนที่ได้จากบิลนี้คิดจากยอดสุทธิหลังหักส่วนลดจากการใช้คะแนนแล้ว ตัวอย่างเช่น บิลยอดสุทธิ 1,280.00 บาท ลูกค้าใช้ 200 คะแนนแลกส่วนลด 100 บาท ยอดสุทธิจะเหลือ 1,180.00 บาท และได้คะแนนพื้นฐาน 1,180 ÷ 25 = 47.2 ปัดลงเป็น 47 คะแนน คะแนนคงเหลือของลูกค้าจากบิลนี้จึงเปลี่ยนไป 47 − 200 = −153 คะแนน
3.10 แลกของรางวัล
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3.10 แลกของรางวัล”ร้านกำหนดสินค้าที่แลกด้วยคะแนนได้ที่หน้า คะแนนแลกของ ในเมนูสมาชิกของหลังร้าน โดยระบุสินค้าและคะแนนที่ต้องใช้ต่อชิ้น
เมื่อลูกค้าขอแลกของ พนักงานเปิดหน้าแลกของรางวัลจากเมนูของ POS เลือกลูกค้า แล้วระบุจำนวนของที่ต้องการ ลูกค้าต้องเป็น สมาชิกที่บัตรยังไม่หมดอายุ เช่นเดียวกับการใช้คะแนนเป็นส่วนลด ระบบจะ ออกบิลแยกต่างหาก 1 ใบ ที่มีสินค้ารางวัลราคาศูนย์บาท และหักคะแนนตามจำนวนที่แลก บิลนี้ตัดสต็อกสินค้ารางวัลตามจริง จึงตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าแลกของรางวัลออกไปเท่าใด
3.11 คำถามที่พบบ่อย
หัวข้อที่มีชื่อว่า “3.11 คำถามที่พบบ่อย”ลูกค้าเป็นสมาชิกแต่บิลได้ 0 คะแนน เกิดจากอะไร ขอแนะนำให้ตรวจ 4 ข้อ ได้แก่ บัตรสมาชิกหมดอายุหรือไม่ ประเภทสมาชิกเปิดการสะสมคะแนนไว้หรือไม่ มีกฎคะแนนสะสมที่ตรงกับวันที่ เวลา สาขา และประเภทสมาชิกนี้หรือไม่ และยอดคงเหลือของลูกค้าเต็มเพดานคะแนนแล้วหรือไม่
ตั้งกฎคะแนนไว้ 2 ข้อ ทำไมลูกค้าได้คะแนนตามข้อเดียว ระบบใช้กฎที่สร้างล่าสุดเพียงข้อเดียวเมื่อมีหลายข้อตรงเงื่อนไขพร้อมกัน หากต้องการให้คะแนนเพิ่มในบางโอกาส ขอแนะนำให้ใช้ตัวคูณในกฎข้อเดียวกันแทนการสร้างกฎซ้อน
คะแนนคิดจากยอดก่อนหรือหลังภาษี คิดจากยอดสุทธิ ซึ่งรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว และหักส่วนลดทุกชนิดแล้ว แต่ไม่รวมการปัดเศษเงินสด
คะแนนมีวันหมดอายุหรือไม่ ระบบในรุ่นปัจจุบันไม่ได้ตัดคะแนนตามอายุ คะแนนคงเหลือคือผลรวมของคะแนนที่ได้และที่ใช้ทั้งหมดตั้งแต่ลูกค้าเริ่มสะสม
ลูกค้าคืนสินค้าแล้วคะแนนติดลบ ถูกต้องหรือไม่ เป็นไปได้ หากลูกค้านำคะแนนจากบิลเดิมไปใช้แล้วก่อนมาคืนสินค้า ระบบจะหักคะแนนที่บิลเดิมได้คืนตามสัดส่วนของยอดที่คืน ทำให้คะแนนคงเหลือติดลบได้ และลูกค้าจะใช้คะแนนได้อีกครั้งเมื่อสะสมจนคงเหลือเป็นบวก
อ่านต่อ: สต็อกและต้นทุน อธิบายว่าเอกสารแต่ละชนิดเพิ่มหรือลดสต็อกอย่างไร และต้นทุนสินค้าคิดอย่างไร